"ผม/ฉันอยากทำธุรกิจ แต่ไม่มีเงินทุน?" ผู้เขียนได้ยินประโยคนี้จนเบื่อ เพราะได้ยินมาหลายครั้ง หลายหน เชื่อไหมคะคนร้อยคน หรือเป็นพันคน ส่วนใหญ่ของสังคมบ้านเรา..จะตอบแบบนี้ทั้งนั้นเมื่อถามถึงเป้าหมายในชีวิต จะมีสักกี่คนเชียวที่บอกว่าอยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต ทุกคนอยากมีธุรกิจ อยากเป็นเจ้าของกิจการทั้งสิ้น
เมื่อได้ยินหลายคนในที่ทำงานบ่นทุกวันว่าอยากออกจากงาน เบื่อ เซ็ง ทำไปก็ไม่ได้อะไร ย่ำอยู่ที่เดิม”.ลาออกเหอะ.”แต่ผู้เขียนก็ไม่เห็น เขาหรือเธอจะลาออกไปซะที บางคนบอกว่าจะเก็บเงินสักแสนนึงจะเอาไปลงทุนเล่นหุ้น(อันนี้ต้องศึกษามาก ๆ จะดีกว่านะคะ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาอย่างรอบคอบ) หรือบางคนว่าจะทำงานเก็บเงินสัก 4-5 ปีให้ได้สักล้านนึง กะจะเอาไปลงทุนทำร้านอาหารเล็กๆของตัวเอง ไอเดียนี้ดีนะคะ ต้องขายได้แน่ๆ เพราะโดยส่วนตัวผู้เขียนเองเป็นคนชอบกินอยู่แล้ว
แต่แล้วปิดท้ายด้วยประโยคยอดฮิต "แต่ผม/ฉันไม่มีเงินลงทุน" สุดท้ายพับเก็บเข้ากรุ กลับไปนั่งทำงานงกๆ เหมือนเดิม พอถาม อ้าวแล้วธุรกิจที่ว่าจะทำล่ะ? อ้าวก็ผมไม่มีเงินลงทุนนี่ จะให้ผมทำยังไง? ผมว่าเดี๋ยวผมทำงานสักพัก เก็บเงินให้มากกว่านี้อีกหน่อยแล้วไปกู้ธนาคารมาเพิ่มอีกสักก้อนนึง แล้วค่อยมาทำธุรกิจดีกว่า ท่านเจ้าขาแค่คิดก็ผิดแล้วล่ะค่ะท่านทั้งหลาย ดิฉันเชื่อ 100 % บวกเพิ่มให้อีก 2 เท่าเลยว่า "เจ๊ง" ชัวร์ ไม่ต้องรอ อ.ลักษณ์ มาฟันธงใด ๆ ทั้งสิ้น มีแสนก็เจ๊งแสน มีล้านก็เจ๊งล้าน มีสิบล้านก็เจ๊งสิบล้านนั่นแหละค่ะ
ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะความคิดและความรู้ในการสร้างธุรกิจอยู่ในระดับหลักพันเท่านั้นเองไงล่ะคะ?ก็คล้ายๆ กับคนเรามีความรู้เทียบได้กับโอ่งหรือตุ่มใส่น้ำขนาดเล็กๆ ส่วนน้ำเปรียบเหมือนกับเงินลงทุน เมื่อใส่น้ำเยอะขึ้น ๆ แต่โอ่งหรือตุ่มของเราเองใหญ่ไม่พอมันก็ล้นออกไปอย่างสูญเปล่าๆ พอกิจการหรือธุรกิจเจ๊งบางคนฉลาดหน่อยขยายตุ่มตัวเอง แต่บางคนตัดใจเลิกไปเลยกลับไปใช้ชีวิตลูกจ้างทำงานงก ๆ บ่นแล้วบ่นอีกเหมือนเดิม ผู้เขียนย้ำอยู่เสมอ เกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกทางเลือกว่ามีผลต่อชีวิตของเรามากมายขนาดไหน
คนเราอุตส่าห์ทำงานงกๆเก็บเงินมาตั้งหลายปี หมดสิ้นในเดือนเดียวซะงั้นก็มี ..กรณีแบบนี้มีให้เห็นมากมายก่ายกอง บางคนได้ยินได้ฟังก็เลยกลัวไม่กล้าจะทำธุรกิจไปเลยก็มี..เป็นซะงั้น ดังนั้นหากว่าพวกเราอยากจะทำธุรกิจ อยากมีธุรกิจของตัวเองจริง ๆต้องปรับมุมมองความคิดใหม่ ขยายตุ่ม ขยายโอ่ง ขยายกาละมังที่เรามีก่อน และเพิ่มพูนความรู้ด้วยการสร้างธุรกิจจริงๆ (ขอย้ำนะคะ ว่าธุรกิจจริงๆไม่ใช่ทฤษฎี) เริ่มจากมูลค่าน้อย เงินลงทุนต่ำก่อนนี่แหละค่ะ เท่าที่ตัวของเรามีอยู่ด้วย 2 มือของเราเองเท่าที่มีกำลังจะทำได้นี่ล่ะค่ะ ตอนนี้ธุรกิจด้านโซเชียลกำลังมาแรงน่าสนใจต้นทุนต่ำ(ศึกษาหาความรู้ หาทางที่ตัวเองชอบ หาความรู้ด้านภาษีหรือกฎหมายธุรกิจ ซะหน่อยค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับ ค่อย ๆ เปลี่ยน หรือซื้อมาขายไปมีเยอะแยะที่ไม่ต้องสต็อกสินค้า คอยหาลู่ทาง วางเป้าหมายเพื่อก้าวต่อไปทีละขั้นทีละตอน มีประโยคเด็ดในหนังสือเล่มนึงว่า "เลิกถามตัวเองเถอะว่าจะทำได้ไหม? จงถามว่าจะต้องทำอย่างไร? จะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ ทำไปเพื่ออะไรดีกว่า" เงินลงทุนมันไม่สำคัญเท่าขนาดของใจเราหรอกค่ะ อาจจะมีคำถามว่า เรามีกำลังน้อย ทุนน้อยคิดแบบนี้แล้วมันจะช่วยได้หรือ? ถ้าตั้งคำถามอย่างนี้ทุกอย่างก็จบ เพราะสุดท้ายก็ไปใช้ชีวิตแบบเดิม นั่งเฉยๆ รอสวรรค์ประทานรางวัลที่ 1 มาช่วยให้ชีวิตดีขึ้น...เอวัง แต่หากเปลี่ยนคำถามเป็น ทำไปเพื่อ?..อย่างน้อยพฤติกรรมบางอย่างก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า..เพื่อค้นหาความสำเร็จหรือบางคนที่มีฝัน ก็เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างที่ควรจะเป็นซะทีตัดสินใจวันนี้เถอะค่ะ suscess with your hands

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น